บางแสน ชลบุรี

AR303229.jpg

คลื่นลมทะเลสาบสงขลา พัดหนุนรุนแรง ชาวบ้านอาศัยริมฝั่งอ่วม ท่วมสูงเมตรครึ่ง

พัทลุง 3 อำเภอ ระดับน้ำยังท่วมสูง แถมคลื่นลมในทะเลสาบสงขลาพัดหนุนรุนแรง ชาวบ้านอาศัยริมฝั่งคลองอ่วมหนัก เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง

21 ธ.ค. 65 – สถานการณ์น้ำท่วมพัทลุงเริ่มคลี่คลาย ขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด ในท้องที่ อ.ป่าบอน ตะโหมด ป่าพะยอม กงหรา และ อ.ศรีนครินทร์ เริ่งลดลงแล้ว

แต่ในพื้นที่ริมทะเลสาบลำปำ (ทะเลสาบสงขลา ตอนใน) พื้นที่ อ.ควนขนุน อ.เมืองพัทลุง เขาชัยสน บางแก้วและ อ.ปากพะยูน ระดับน้ำยังท่วมสูง เนื่องจากคลื่นลมในทะเลสาบยังคงพัดหนุนมาอย่างต่อเนื่อง

โดยในพื้นที่ ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง โดยเฉพาะบริเวณหาดแสนสุขลำปำ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.พัทลุง และของภาคใต้นั้น คลื่นลมในทะเลสาบลำปำ(ทะเลสาบสงขลาตอนใน) ได้พัดเข้าฝั่งเข้าสู่ผนังกั้นดิน ทำให้โต๊ะ เก้าอี้ ร้านค้า ได้รับความเสียหายหลายร้าน บริเวณร้านค้าระดับน้ำสูงประมาณ 50-80 เมตร ทำให้ร้านค้าถูกปิดโดยสิ้นเชิง คาดว่าอีกหลายวันที่จะเปิดได้ เนื่องจากกระแสคลื่นลมในทะเลสาบพัดหนุนมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันบ้านเรือนราษฎรในชุมชุมบ้านท่าน้ำ ต.ลำปำ ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ซึ่งอยู่ริมคลองลำปำ ก็ถูกน้ำท่วมขังหลายครัวเรือน ส่วนชาวบ้านในท้องที่ ม.4 ต.ลำปำ ทั้งในและนอกเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ประมาณ 40 ครัวเรือน ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบลำปำนั้น เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ต้องใช้เรือพาย เรือหางยาวเพียงเท่านั้น

บางครอบครัวต้องปิดประตูบ้าน โดยได้อพยพไปพักอาศัยไปอยู่ในที่ปลอดภัย อย่างไม่มีวันกำหนดที่จะกลับมาพักอาศัยได้ตามปกติ

ซึ่งหลังจากปริมาณฝนลดลง และทิ้งช่วงมาเป็นเวลา 2 วัน ทำให้พื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่กลางน้ำเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ แต่มวลน้ำได้ไหลลงท่วมในพื้นที่ ต.ลำปำ อ.เมือง ต.พนางตุง ต.ทะเลน้อย ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน ต.จองถนน อ.เขาชัยสน ต.นาปะขอ ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้วและ ต.ปากพะยูน ต.ฝาละมี ต.เกาะนางคำ ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน ระดับน้ำประมาณ 1 เมตร ถึง 1 เมตรครึ่ง ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นที่ริมทะเลสาบ

เบื้องต้น สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดพัทลุง ช่วงระหว่างวันที่ 18-21 ธันวาคม 65 ถูกน้ำท่วม 11 อำเภอ 41 ตำบล 361 หมู่บ้าน 45,159 ครัวเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 122,704 คน เสียชีวิตจากการจมน้ำจำนวน 2 ราย พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจำนวน 3,304 ไร่ สัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบจำนวน 964,338 ตัว ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ประเภท สุกร ไก่เนื้อ ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ

เรื่องล่าสุด