บางแสน ชลบุรี

ไม่ให้ประกันตัวพ่อค้าพริก ยิงล้างแค้นบนสน. ชี้ทำอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ไม่ให้ประกันตัวพ่อค้าพริก ยิงล้างแค้นบนสน. ชี้ทำอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ศาลอาญาธนบุรี ไม่ให้ประกันตัวหนุ่มขับรถส่งพริกปืนโหด กระหน่ำยิงคู่กรณี ผู้ต้องหาที่ทำร้ายร่างกายดับคาสน.หลักสอง ต่อหน้าร้อยเวร และยิงชีวิตทนายความบาดเจ็บ ชี้ก่อเหตุอุกอาจไม่ยำเกรงกฎหมาย ด้านพ่อแม่ผู้ตายใบหน้าเศร้าโศก รับศพลูกชายบำเพ็ญกุศลวัดที่ชลบุรี 

จากเหตุการณ์ นายพีรสิน หรือพี กุลชุติสิน อายุ 27 ปี อาชีพพ่อค้าขับรถส่งพริกและสินค้าการเกษตร ได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ยิงนายคมสัน หรือม่อน อินทร์ฤทธิ์ อายุ 32 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ เสียชีวิตบน สน.หลักสอง ในห้องสอบสวนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ยังมีนายอนุสร วิชาธร อายุ 33 ปี เป็นทนายความของผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุจากทั้งคู่เป็นคู่กรณีที่ขับรถเบียดและลงมาทำร้ายร่างกายกัน ผู้ตายเป็นผู้ต้องหา ส่วนคนยิงเป็นผู้เสียหายถูกทำร้ายเลยแค้นฝังใจ เมื่อร้อยเวรเรียกมาเจรจาเรื่องค่าเสียหาย แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงเอาปืนที่พกมาด้วยยิงตาย

เวลา 16.20 น. วันที่ 17 ธ.ค. ญาติของนายคมสัน ได้รับศพมาจากกรุงเทพฯ ด้วยรถตู้ของมูลนิธิร่วมกตัญญู ทะเบียน ฮฮ 4970 กทม. มาตั้งไว้ที่ศาลา 1 วัดบางเป้ง ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมีนางนุชนารถ พุทธคุณ อายุ 58 ปี แม่นายคมสันเป็นคนอุ้มภาพร้องไห้น้ำตานองหน้า และพ่อ ยืนรอรับศพด้วยอาการโศกเศร้า โดยจะสวดอภิธรรม และมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 24 ธ.ค.นี้ เวลา 16.00 น.

ขณะเดียวกัน ที่ศาลอาญาธนบุรี พนักงานสอบสวน สน.หลักสอง นำตัว นายพีรสิน กุลชุติสิน ผู้ต้องหา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืน ติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดิน ระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน อนุญาตฝากขังผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 17-28 ธ.ค.

พฤติการณ์แห่งคดี คือ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายพีรสิน ผู้ต้องหา ได้เตรียมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายแบบคาดเอวเพื่อเตรียมก่อเหตุยิงนายคมสัน อินทร์ฤทธิ์ ผู้ตาย ซึ่งเป็นคู่กรณีในคดีทำร้าย ร่างกายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัสตามคดีอาญาที่ 1588/2565 โดยพนักงานสอบสวนมีการนัดเจรจาค่าสินไหมทดแทนในคดีดังกล่าว เมื่อผู้ต้องหาพร้อมแฟนสาว เดินทางมาถึงบริเวณภายในห้องทำงานพนักงานสอบสวน ชั้น 2 สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ในเวลาประมาณ 14.34 น. ขณะที่ ผู้ต้องหา กำลังเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับนายคมสัน (ผู้ตาย) อยู่นั้น ทางผู้ต้องหาได้ล้วงอาวุธปืนพกสั้น กึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ HK จากภายในกระเป๋าสะพายแบบคาดเอวแล้วใช้อาวุธปืนยิงนายคมสัน และนายอนุสรณ์ วิชาธร ทนายความของนายคมสัน บริเวณด้านหลังในขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่ จำนวนประมาณ 8 นัด ทำให้ นายคมสันเสียชีวิต และนายอนุสรณ์ได้รับบาดเจ็บ โดยนายอนุสรณ์ถูกกระสุนจำนวน 2 นัด เข้าที่บริเวณ ด้านหลังหัวไหล่ซ้าย จำนวน 1 นัด และเข้าที่บริเวณด้านหลังข้างซ้าย ใต้ราวนม จำนวน 1 นัด

เหตุเกิดบริเวณห้องทำงานพนักงานสอบสวน ชั้น 2 สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288(4), 371, 376, 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุ ระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง คำสั่งคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 (พ.ศ.2519) ข้อ 3, 6, 7 ต้องระวางโทษประหารชีวิต

ในชั้นสอบสวน นายพีรสิน กุลชุติสิน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาและประวัติต้องโทษของผู้ต้องหา

ท้ายคำร้องหากผู้ต้องหาขอให้ปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้านเนื่องจากความผิดมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี และภรรยาผู้เสียชีวิต ผู้เสียหายขอคัดค้าน เนื่องจากเกรงว่าไม่ได้รับความปลอดภัย

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ญาติของนายพีรสิน ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพร้อมยินยอมให้สวมใส่กำไล EM

โดยศาลอาญาธนบุรี พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะเป็นการกระทำอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวน ผู้ร้อง และภรรยาของผู้ตายคัดค้าน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงให้ยกคำร้อง.

เรื่องล่าสุด