บางแสน ชลบุรี

1708924653_779587-ejan-768x402.jpg

วันนี้ทะเลยังเขียวอี๋! ดร.ธรณ์ ชี้ ทะเลบางแสน จ.ชลบุรี เขียวผิดปกติ เพราะภาวะโลกร้อน

เผยแพร่เมื่อ : 26 ก.พ. 2567, 12:17 1

ปกติวันหยุดยาวแบบนี้ที่บางแสน จ.ชลบุรี คึกคักสุดๆ แต่รอบนี้เงียบเหงานักท่องเที่ยวบางตา เพราะเกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) ซึ่งนักวิทย์ออกมาบอกว่า ปกติแพลงก์ตอนบลูม จะเกิดช่วงหน้าฝน แต่ที่ปีนี้มาเร็วก็เพราะภาวะโลกร้อนค่ะ 

วันนี้ (26 ก.พ.67) เวลา 10.00 น. น้ำทะเลบางแสน ยังคงเป็นสีเขียวเข้ม เหมือนชาเขียวมัจฉะ บริเวณหาดบางแสนพบนักท่องเที่ยวบางตาและส่วนใหญ่ไม่กล้าลงเล่นน้ำเพราะกลัวอันตรายต่อผิวหนัง 

นางสาวอันธิกา อายุ 39 ปี นักท่องเที่ยว ได้เล่าว่าตนได้เดินทางพาครอบครัวมาจาก จ. อยุธยา เพื่อมาเที่ยวทะเลบางแสนในวันหยุดยาว เมื่อมาถึงพบว่าน้ำทะเลเป็นสีเขียวเข้มจนในครอบครัวไม่กล้าลงเล่นกลัวจะได้รับผลกระทบต่อผิวหนัง แถมทะเลยังมีกลิ่นเหม็นเน่าอีกด้วย ตอนนี้ก็ได้แต่นั่งแล้วก็มองดูบรรยากาศเฉยๆ 

นายชัยวุฒิ อายุ 30 ปี ผู้ประกอบการบานาน่าโบ๊ทหรือเรือกล้วย เผยว่า ทะเลบางแสนตอนนี้เจอมรสุมและอากาศร้อน ทำให้เกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม น้ำทะเลเป็นสีเขียวและมีกลิ่น ซึ่งเมื่อวันเสาร์น้ำทะเลเริ่มมีสีเขียวอ่อน วันอาทิตย์กลายเป็นสีเขียวเข้มและวันนี้ก็ยังมีความเข้มอยู่ ซึ่งคาดว่าปรากฏการณ์นี้จะหายภายในอีก 1-2 วัน แต่ยืนยันว่าไม่มีอันตรายยังคงลงเล่นน้ำได้ปกติ หากมีผลกระทบก็เพียงเล็กน้อยไม่ถือว่าเป็นอันตรายมาก ไม่อยากให้นักท่องเที่ยวตื่นตระหนก เพราะทะเลบางแสนเกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมนานๆ จะเป็นครั้ง  

ด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” ระบุว่า 

ปกติแพลงก์ตอนบลูมหรือน้ำเขียวแถวบางแสน จะเกิดช่วงหน้าฝน แต่ในยุคโลกร้อนทะเลเดือด อะไรก็เกิดขึ้นได้ สัญญาณเตือนทะเลผิดปกติ สถานีโทรมาตรของ สสน./คณะประมงศรีราชา ดังขึ้นมาในโทรศัพท์ผมก่อนหน้านี้ ยังมีสัญาณเตือนจากสถานีโทรมาตรของ ม.บูรพา ที่บางแสน จากนั้นน้ำบางแสนก็เริ่มเขียว อันเป็นปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม 

“แพลงก์ตอนที่บลูม” คือ Noctiluca เป็นแพลงก์ตอนกลุ่มหลักที่ทำให้เกิดน้ำเขียว ไม่มีพิษ เรายังกินสัตว์น้ำได้ ยังเล่นน้ำได้แต่น้ำคงขุ่นและมีกลิ่น 

ข้อมูลจากสถานีอัตโนมัติ 2 แห่งของไทย ช่วยคอมเฟิร์มว่าระบบนี้มีประโยชน์ แต่ถ้าถามว่าทำไมยังเตือนล่วงหน้าไม่ได้นาน คำตอบคือทั้งทะเลไทยมีอยู่ 2 สถานี เคยบอกหลายหนแล้วว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า หากเรามีสถานีมากกว่านี้ เราจะแปรผลข้อมูลได้เร็ว และแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ 

ซึ่งนั่น จำเป็นมากต่อการรับมือโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและพี่น้องประชาชน ไม่ใช่รอให้น้ำเขียวก่อนแล้วค่อยไปเก็บน้ำวัดคุณภาพ เน้นย้ำว่าผมไม่ได้ว่าคนตรวจเก็บวัดเลยแม้แต่น้อย ขอบคุณมากๆ ด้วยครับ แต่อยากให้ภาคนโยบายและการให้งบประมาณของเราจริงจังในเรื่องนี้มากขึ้น 

แล้วทำไมน้ำเขียว? 

คำตอบคือ แดดแรง แม้ธาตุอาหารที่มาจากน้ำตามแม่น้ำลำคลองอาจมีน้อยเนื่องจากเป็นหน้าแล้ง แต่ปัจจุบันที่สะสมตามพื้นท้องทะเลก็มีเยอะแล้ว โดยเฉพาะในเขตน้ำตื้น ยังรวมถึงน้ำทิ้งจากกิจกรรมชายฝั่ง เคยเล่าในงานเสวนาเมื่ออ่าวไทยกำลังเน่าไปแล้ว คงไม่กล่าวซ้ำ ต้องลองย้อนไปดูในโพสต์เก่าๆ ครับ 

นอกจากนี้ อุณหภูมิน้ำทะเลยังสูงกว่าปรกติ ผมลองเทียบน้ำทะเลแถวชลบุรีที่ความลึก 3-5 เมตร ปี 2566 เฉลี่ยไม่เกิน 29 องศา แต่ปีนี้เพิ่งกดดูจากสถานีศรีราชา อยู่ที่ 30.1 องศา อุณหภูมิที่ต่างกัน 1 องศา เกิดจากเอลนีโญบวกโลกร้อน อาจเป็นตัวเร่งปัจจัยต่างๆ ของแพลงก์ตอนบลูม เรายังต้องทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์น้ำเขียวในหน้าแล้งอีกเยอะ เพราะอดีตแทบไม่เคยเกิด แต่เมื่อทะเลเริ่มเดือด อะไรก็เกิดได้ 

จึงเน้นย้ำความสำคัญของการหาข้อมูล งานวิจัย และการเรียนรู้เพื่อตอบโจทย์ใหม่ อุปกรณ์เครื่องมือทันสมัยเพื่อสร้างสถานีโทรมาตรในการรับมือ มิใช่เพียงเกิดแล้วเรียกประชุม ข้อมูลเท่าเดิม คนหน้าเดิมๆ ประชุมไปแค่ไหนมันก็ไม่มีทางรู้อะไรใหม่ๆ  

ก็หวังว่าเมืองไทยจะมีสถานีโทรมาตรไว้ตรวจวัด/รับมือกับน้ำเขียวให้มากกว่าที่มีอยู่ 2 แห่งในปัจจุบัน ในระหว่างที่ทะเลและมหาสมุทรโลกกำลังร้อนจัดรุนแรงอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน” 

อย่างไรก็ตาม เรายังคงเล่นน้ำ กินสัตว์น้ำได้ ได้ตามปกตินะคะ แต่น้ำทะเลอาจจะขุ่น และมีกลิ่นบ้าง ใครไม่ติดก็ลุยโลดดด 

เรื่องล่าสุด